มหาลัยไทย ผีดุ ตอน ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง

(สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) ตึกวิศวะฯ เรื่องเล่าเกี่ยวกับ ศาลเจ้า ที่ติดอยู่บนผนัง ห้องน้ำหญิงตึกวิศวะฯ จะมีดอกไม้ธูปเทียนและน้ำแดงอยู่ด้วยเสมอ คนเก่าๆ จะรู้เรื่องราวเป็นอย่างดี เป็นเรื่องของนักศึกษาสาว สถาปัตยฯ อกหักจากหนุ่มวิศวะฯ จึงไปผูกคอตายที่ ห้องน้ำ ดังกล่าว ปัจจุบันเป็นแหล่งลองของชั้นดีของผู้ที่ต้องการลองของ เพราะมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ใครอยู่รุ่นแรกก็จะได้เห็นรูปของเธอผู้นี้ในศาลด้วย แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว แต่ศาลยังคงมีอยู่ ที่สำคัญห้องน้ำตรงนั้นยังเปิดใช้อยู่ บันไดหลอกผีที่ตึก B ที่ตึก B ถ้าใครเคยเข้าไปจะมีบันไดแปลกๆ ตั้งไข้วกันไปมาแบบเล่นระดับขึ้นไปเรื่อยๆ เห็นครั้งแรก จะรู้สึกว่าสวยดี แต่หากสังเกตจะพบว่ามีความแปลกอยู่ โดยสถานที่ตรงบันไดนั้นเคยเป็นลิฟต์มาก่อน แล้วตอนก่อสร้างมีคนงานตกลงมาตาย เขาเลยแก้เคล็ดด้วยการไม่สร้างลิฟต์ขึ้นมาอีก เปลี่ยนมาเป็นบันไดแทน และทำเล่นระดับไว้หลอกผีอีกด้วย ตึกทรงไทย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ตึกทรงไทยนี้สร้างมานานพอๆ กับอายุของมหาวิทยาลัย เขาเล่ากันมาว่าตอนที่จะสร้างตึกเรือนไทย ได้มีการขุด ดินก่อนจะเริ่มตอกเสาเข็ม แต่พอขุดไปสักพักกลับเจอโครงกระดูกเต็มไปหมด แต่ไม่มีส่วนหัว พอสืบไปสืบมา ปรากฎว่าส่วนหัวถูกนำไปฝังไว้ตรงคณะวิทย าศาสตร์ เท่าที่เล่าลือกันมา เมื่อก่อนบริเวณตรงนั้น เป็นแหล่งซ่องสุมของโจรแขก แล้วเจ้าคุณทหารฯ ก็เป็นคนที่โหดเยมเลยฆ่าตัดหัวทิ้ง แบบไม่ให้ไปผุดไป เกิดเพื่อจะได้เป็นผีเจ้าที่คอยเฝ้าดูแลสถานที่นั้นๆ… Continue reading มหาลัยไทย ผีดุ ตอน ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง

มหาลัยไทย ผีดุ ตอน ม.ธรรมศาสตร์

ตึกคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง ลิฟท์แดง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นี้มีเรื่องเล่าว่าเมื่อตอนเหตุการณ์ พวกทหารได้บุกเข้ามาใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พวก นักศึกษา ต่างหลบหนีเข้ามาใน ลิฟท์ ตัวหนึ่ง พอ ลิฟท์ ตัวนี้เปิดพวกทหารก็กระหน่ำยิงทุกคนเสียชีวิตหมด เลือดสาดกระจายทั่ว ลิฟท์ ต่อมาทาง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้บูรณะทำความสะอาดกันทุกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่ ลิฟท์ ตัวนั้น แต่ทำความสะอาดยังไงคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่ก็ไม่ล้างไม่ออก จึงได้ทำการทาสีลิฟท์ให้เป็นสีแดง มีเรื่องเล่าตามมาว่าหลังจากที่ ลิฟท์ ได้นำกลับมาใช้ตามปกติ มี นักศึกษาหญิง คนหนึ่งมาขึ้น ลิฟท์ ตามลำพัง แต่เมื่อมองไปที่กระจกกลับพบว่าไม่ได้มีเธออยู่เพียงลำพัง หากแต่มีผู้โดยสารอยู่ด้วยมากมาย นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายครั้งหลายหนที่เหล่า นักศึกษา อาจารย์ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ต่างๆ ได้พบเจอกับ อาถรรพ์ ลิฟท์แดง ตัวนี้เข้า ทำให้ทาง มหาวิทยาลัย ต้องเปลี่ยนตัวลิฟท์ใหม่ แต่ว่าประตู ลิฟท์แดง ที่ถูกถอดออกไป ตอนนี้นี้ยังตั้งอยู่ที่ ชั้น 4 ตึกคณะศิลปศาสตร์… Continue reading มหาลัยไทย ผีดุ ตอน ม.ธรรมศาสตร์

เด็กบนหลังคารถ

เรื่องเล่าสยองขวัญ : เด็กบนหลังคารถ เหตุการณ์ของคุณจินเกิดขึ้นทางภาคใต้ ตอนเย็นวันศุกร์ คุณจินและพี่ชายขับรถจากหาดใหญ่ไปชะอวด เป็นวันที่มีรถเยอะมากกว่าจะได้ออกจากหาดใหญ่ก็ตกกลางคืนเสียแล้ว เมื่อขับรถไปซักพัก ก็มีรถกระบะเก่า ๆ คันหนึ่งขับแซงหน้าไป เมื่อมองไปบนหลังคาก็ต้องตกใจ คุณจินเห็น เด็กตัวเล็กๆ 2 คน ใส่ชุดฟูฟ่อง หันมายิ้มให้ นั่งอยู่บนหลังคา คุณจินจึงชะลอรถเพื่อคุยกับพี่ชาย “บ่าว เห็นไอ่ไหร่บนหลังคารถคันแรกเดี๋ยวม้าย”  (พี่ เห็นอะไรบนหลังคารถคันเมื่อกี้ไหม) พี่ชายของคุณจินก็ต้องตอบว่า “มีเด็ก2คนนั่งอยู่” เมื่อทั้งคู่รู้แล้วว่า เห็นเหมือนกันจึงขับรถตามไปเพื่อเตือน เพราะกลัวว่าเด็กจะตกลงมา เมื่อเร่งรถขับตามไปเรื่อย ๆ พร้อมทั้งบีบแตร รถกระบะก็ขับหนี ท่าทีเหมือนจะกลัว ๆ ยิ่งขับตามไปก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมเด็กนั่งนิ่ง ทั้งๆก็รถวิ่งเร็วมาก จากนั้นรถกระบะก็ขับหนีหายลับไป เมื่อคุณจินและพี่ชาย ไปถึง 4 แยกคูหา ก็พากันแวะปั๊มเพื่อจะเข้าห้องน้ำ พอเลี้ยวเข้าไปในปั๊มก็เจอรถกระบะคันดังกล่าวจอดอยู่ แล้วก็สองสามีภรรยากำลังทานอาหารที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อบนรถ คุณจินและพี่ชายจึงไปจอดข้าง ๆ แล้วเดินไปถามว่า “ทำไมถึงให้เด็กเล็กๆขึ้นไปนั่งบนหลังคารถได้” สองสามีภรรยาถึงกับต้องทำหน้างุนงง พร้อมกับถามกลับไปว่า “เด็กที่ไหน ไม่ได้มีเด็กมาด้วย มากัน… Continue reading เด็กบนหลังคารถ

กระดูก

เรื่องเล่าสยองขวัญ : กระดูก เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของออฟ (นามสมมติ) ที่มีอาชีพรับราชการทหาร ซึ่งโดยปกติแล้วก็จะเปลี่ยนที่อยู่แทบทุก 6 เดือนหรือ 1 ปี และเรื่องในครั้งเกิดขึ้นที่จังหวัดสุรินทร์ สถานที่ที่เขาอยู่นั้นเป็นพื้นที่ของราชการที่จังหวัดสุรินทร์ดูแลอยู่ บรรยากาศโดยรอบนั้นที่พักก็แบ่งเป็นของแต่ละหน่วย ภายในหน่วยก็จะมีที่ว่างให้ทำแปลงเกษตรหรือไม่ก็สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ซึ่งจะมีบ่อน้ำประมาณ 2-3 บ่ออยู่ริมรั้ว บ่อน้ำบริเวณนั้นมีขนาดที่ไม่กว้างมาก เลยมีการปล่อยปลาเลี้ยงปลากันเอาไว้กินภายในหน่วยของพวกเขาเอง มีอยู่วันหนึ่งพวกเขาตัดสินใจที่จะนำปลาบางส่วนขึ้นมากิน ก็เลยไปจับปลากัน ในขณะที่กำลังจับปลากันอยู่นั้น แล้วอยู่ๆลูกน้องคนหนึ่งของออฟก็หยิบวัตถุสีขาวขึ้นมาจากริมขอบบ่อ แล้วก็โยนใส่เพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ  ออฟที่อยู่ในเหตุการณ์คิดว่าเป็นก้อนหินธรรมดาแต่ก็ยังแปลกใจในรูปทรงของมัน เมื่อเดินไปดูใกล้ ๆ ออฟ ก็ดูรู้ทันทีว่านี่คือกระดูก เป็นกระดูกอะไรสักอย่าง ยาวประมาณสัก 1 คืบ ในตอนนั้นเขาก็คิดว่าน่าจะเป็นกระดูกของสัตว์ที่เคยตายแถวนี้มานานมากแล้ว ก็เลยไม่ได้สนใจอะไร แต่ว่าลูกน้องของเขากลับบอกว่า “เอากลับไปให้ไอ้แดงแทะเล่นดีกว่าครับ”   ไอ้แดงก็คือหมาแถวนั้นที่เขาให้ข้าวอยู่เป็นประจำ ออฟก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็คิดว่าเป็นกระดูกสัตว์ธรรมดา จากนั้นลูกน้องก็ถือกระดูกไปยังที่พัก หลังจากที่ได้ปลากันแล้ว เนื่องจากเวลาเริ่มเย็นบวกกับแสงที่น้อยลงเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้เอะใจกันเลยว่ากระดูกชิ้นนั้นคือกระดูกอะไร พอเดินไปถึงที่พักไอ้แดงก็วิ่งเข้ามาเล่นกับทุกคนตามปกติ ลูกน้องเห็นไอ้แดงก็เลยจะเอา กระดูกที่เก็บมาได้โยนให้ไอ้แดงแทะเล่น เมื่อกำลังจะโยนก็ต้องตกใจกับเสียงของไอ้แดง เพราะเมื่อมันเห็นกระดูกชิ้นนั้นมันก็เห่าด้วยเสียงอันดัง แล้วก็ขู่เป็นระยะ ซึ่งดูแล้วมันก็แปลกมาก ไอ้แดงเห็นกระดูกน่าจะอยากกัดหรือว่าแทะเล่นมากกว่า… Continue reading กระดูก

กลับมาเจอ

เรื่องเล่าสยองขวัญ : กลับมาเจอ เรื่องนี้เป็นประสบการ์ณนี้เกิดขึ้นกับคุณรัน ปกติคุณรันจะอาศัยอยู่ที่ประเทศอเมริกานาน ๆ ครั้งถึงจะมีโอกาสกลับมาประเทศไทย วันหนึ่งเมื่อคุณรัน กลับมาถึงประเทศไทย ก็ไปอยู่บ้านของคุณแม่ที่จังหวัดชลบุรี ด้วยความที่ยังเป็นวัยรุ่น ก็ขับรถเที่ยวตั้งแต่วันแรก วันนั้นคุณรันเอารถที่บ้านออกไปขับรถเล่นกับเพื่อนผู้หญิงฝรั่งอีก ทั้ง 2 คนก็ขับรถเล่นไปเรื่อย ๆ โดยที่มารู้ตัวอีกทีก็ขึ้นไปทางเขาปักธงชัย ตอนนั้นเริ่มจะเย็นแล้ว ประมาณ 6 โมงกว่า แสงอาทิตย์ ก็เริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ รันจึงตัดสินใจกลับรถเพื่อจะกลับบ้าน คุณรันขับกลับไปตามเส้นทางเดิม เวลาในขณะนั้นเข้า 1 ทุ่มแล้ว คุณรันเริ่มจะสังเกตุข้างทางจากถนนใหญ่ กลายเป็นถนนเลนเดียว ข้างทางมีแต่หญ้าขึ้นสูงประมาณหัวเข่า ทั้งถนนมีเพียงไฟจากหน้ารถที่ขับอยู่เท่านั้น ส่วนเพื่อนข้างๆก็นอนหลับเนื่องจากอาการเหนื่อย เท่ากับว่าเวลานี้คุณรันขับรถอยู่เพียงคนเดียว ก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวเองกำลังหลงทาง เลยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกดโทรไปถามทางกับเพื่อน เพื่อนที่คุณรันโทรไปหานั้น ทำงานอยู่มูลนิธิและชำนาญเส้นทางมากกว่า เวลานั้นรันก็ขับรถช้าลงเรื่อย ๆ เนื่องจากต้องคุยโทรศัพท์ไปด้วย เมื่อคุณรัน ขับไปได้อีกไม่นานรันก็เริ่มเห็นกำแพงดิน สูงประมาณ 2 เมตร ในใจก็หวังว่าอาจจะได้เจอบ้านคนบ้างแล้ว เช่นเดียวกับเพื่อนที่อยู่ปลายสายก็ทราบพอดีว่า ณ เวลานี้รันอยู่ตรงจุดไหน จากจุดที่คุณรันส่งไปให้ทางไลน์ เพื่อนที่อยู่ปลายสายหลังจากทราบสถานที่ที่อยู่ของรัน… Continue reading กลับมาเจอ