เรื่องเล่า จากรุ่นสู่รุ่น ผีจ้างหนัง ตำนานพญานาค คำชะโนด อุดรธานี

คำชะโนด หรือ ป่าคำชะโนด ตั้งอยู่ใน วัดนาคินทร์คำชะโนด เป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านศรัทธา ด้านในของป่าคำชะโนด ลักษณะเป็น “เกาะป่า” มีน้ำล้อมรอบ มีพื้นที่บนเกาะประมาณ 20 ไร่ รวมไปถึงที่นี่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นคำชะโนดสูงใหญ่ ทั่วทั้งเกาะ ที่ป่าคำชะโนด มี ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ เราจะเห็นผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ ต่างเดินทางเข้ามากราบไหว้กันไม่ขาดสาย โดยอีกด้านหนึ่งของศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ นักท่องเที่ยวจะเห็นรากต้นไทรขนาดใหญ่ ที่ชาวบ้านนิยมเข้ามากราบไหว้บูชาด้วยเช่นเดียวกัน ตำนานของคำชะโนด : ป่าคำชะโนดเชื่อกันว่า เป็นดินแดนลี้ลับของพญานาค และเป็นทางเชื่อมต่อเมืองบาดาล ปกครองรักษาโดยพญานาคราชปู่ศรีสุทโธ และองค์แม่ศรีปทุมมานาคราชเทวี ภายหลัง พญานาคราชปู่ศรีสุทโธ ได้ทำสงครามกับ เจ้าพ่อสุวรรณนาค เพราะต่างฝ่ายต่างเข้าใจผิดซึ่งกันและกัน จนพื้นโลกสะเทือนเดือดร้อนไป 3 ภพ จนรู้ถึงพระอินทร์ พระอินทร์จึงลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ตรัสโองการให้นาคทั้งสองฝ่ายหยุดรบ และหันมาสร้างแม่น้ำ 2 สาย คือ แม่น้ำโขง และ แม่น้ำน่าน ในปัจจุบัน โดยฝ่ายไหนสร้างแม่น้ำเสร็จก่อนจะให้ ปลาบึก ไปอยู่ในแม่น้ำสายน้ำสายนั้น และพญานาคราชปู่ศรีสุทโธ ก็ได้สร้างแม่น้ำเสร็จก่อน ปลาบึกจึงได้อยู่ที่แม่น้ำโขง… Continue reading เรื่องเล่า จากรุ่นสู่รุ่น ผีจ้างหนัง ตำนานพญานาค คำชะโนด อุดรธานี

เรื่องผีสุดสยองขวัญจากเรื่องเล่าอันดับ 1 ในเว็บพันทิป ผีนางรำสุดสยองขวัญ (The Best Ghost Story on Pantip)

ผีโนราห์ ผีนางรำสุดสยองขวัญ เรื่องราวความสยองขวัญเกิดขึ้นที่หมู่บ้านของคุณแอน ในตอนนั้นที่หมู่บ้านของคุณแอนได้มีการจ้างคณะโนราห์คณะหนึ่งมาทำการแสดง ข้ามเขามาจากจังหวัดพัทลุง เป็นคณะโนราห์เล็ก ๆ ที่คืนนั้นคุณแอนก็ได้ไปดูด้วย เพราะเป็นคนชอบดูมโนราห์เป็นอย่างมาก จนได้เกิดเรื่องราวอันน่าสยดสยองที่หมู่บ้านของคุณแอน เพราะมีนางรำโนราห์ถูกฆาตรกรรม จนทำให้วิญญาณของ ผีนางรำ ออกมาหลอกหลอนชาวบ้าน เรื่องราวของความน่ากลัวจะเป็นเช่นไร รออ่านกันได้เลย ผีนางรำสุดเหี้ยน เรื่องผีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณแอนมาเล่าให้ฟัง ว่าในหมู่บ้านของคุณแอนได้มีการจ้างคณะโนราห์มาแสดง หนึ่งในโนราห์ที่มารำ ก็มีใบหน้าที่สละสลวย ดูดี จนดูจนจบคุณแอนก็ได้กลับบ้านมานอน พอตื่นมาในรุ่งเช้ามาก็ได้มีตำรวจมาที่หมู่บ้าน พ่อของคุณแอนก็ได้ไปฟังข่าว แล้วกลับมาเล่าให้คุณแม่ฟัง คุณแอนจึงรู้ว่า มีผู้หญิงถูกฆ่าตาย ด้วยการจับผูกคอกับต้นไม้ และคนที่ตายก็คือแสดงเป็นมโนราห์ที่มารำเมื่อคืนนี้เอง ถูกฆาตรกรรมในป่าข้างหมู่บ้าน ซึ่งทางตำรวจไปตรวจสอบแล้ว และได้ลงรายละเอียดว่าน่าจะเป็นการฆาตรกรรมอำพราง เพราะจากการตรวจสอบ พบว่ามีร่องรอยการต่อสู้ในจุดไม่ไกลที่พบศพ กางเกงชั้นในของผู้เสียชีวิตก็ตกอยู่ในพุ่มไม้ ตามเนื้อตัวศพก็พบรอยเหมือนถูกดูดเป็นจ้ำๆ บริเวณช่องคลอดก็มีคราบเลือดเกรอะ น่าจะถูกข่มขืนแล้วฆ่า ด้วยการจับผูกคอกับต้นไม้ อีกทั้งในสมัยนั้นโซเชียลยังไม่มี ข่าวการฆาตรกรรมของนางรำโนราห์ก็เลยเป็นเพียงข่าวในวงแคบๆ จากนั้นตำรวจก็ได้ทำการสืบสวนเพื่อตามสืบจับคนร้ายคนในหมู่บ้านที่เป็นผู้ชายที่น่าสงสัยก็โดนตำรวจเรียกตัวไปสอบทั้งหมด รวมไปถึงพ่อของคุณแอนด้วย การถูกฎาตรกรรมของนางรำโนราห์เรียกได้ว่าเฮี้ยนเป็นอย่างมาก เพราะได้ออกมาหลอกหลอนคนในหมู่บ้านของคุณแอนที่เดินผ่านต้นขนุนต้นที่แกโดนผูกคอ จนไม่มีใครกล้าผ่านต้นขนุนต้นนั้นสักคน ขนาดตอนกลางวัน ผู้คนก็ยังไม่กล้าผ่าน จนมีอยู่วันหนึ่งผู้ใหญ่บ้านได้มานั่งคุยกับพ่อ ซึ่งคุณแอนก็ได้ไปนั่งฟังด้วย ผู้ใหญ่บ้านบอกพ่อกับแม่ของคุณแอนว่า แกโดนเต็มๆไม่กี่วันก่อน โดยผู้ใหญ่บ้านสบถคำออกมาเป็นภาษาใต้ ใจ… Continue reading เรื่องผีสุดสยองขวัญจากเรื่องเล่าอันดับ 1 ในเว็บพันทิป ผีนางรำสุดสยองขวัญ (The Best Ghost Story on Pantip)

เรื่องเล่าสยองขวัญ : ร้านเช่าเสื้อสุดหลอน

เรื่องเล่าสยองขวัญเรื่องนี้เกิดขึ้นที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง โดยบ้านเช่าที่ว่าเป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นปูนชั้นบนเป็นไม้ ชั้นล่างปรับปรุงทำเป็นร้านขายเสื้อผ้า ชั้น 2 ปล่อยโล่งเอาไว้ หลังบ้านจะมีห้องอยู่ห้องหนึ่งถูกล็อค​ด้วยแม่กุญแจ​ดอกใหญ่มากๆ ตอนที่เห็นก็สงสัยว่าทำไมต้องใช้แม่กุญแจ​ดอกใหญ่ขนาดนั้นด้วย? แต่ย่าบอกว่าเป็นห้องเก็บของธรรมดา อย่าไปสนใจเลย เราเลยปัดเรื่องห้องข้างหลังทิ้งไป.. ทุกวันเราก็ไปช่วยขายที่ร้านตามปกติ แต่ที่ทำให้เรารู้สึกแปลกๆ ทุกวันที่ไปที่ร้าน คือจะมีซากแมลงสาบตายอยู่ที่พื้นไม่ต่ำกว่า 10 ตัวทุกวันก่อนเปิดร้าน ทั้งที่ไม่ได้ฉีดยาฆ่าแมลงอะไรเลย พอไปถามข้างบ้าน เขาก็บอกไม่เคยมีปัญหา​เรื่องแมลงสาบเลยนะ แมลงสาบพวกนั้นมันมาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วในช่วงเย็นๆ เรามักจะรู้สึกเหมือนมีคนมองลงมาจากชั้น 2 ตลอดเวลา พอเอาเรื่องพวกนี้ไปถามย่า ย่าก็บอกแต่ว่าไม่มีอะไรๆ จนวันหนึ่งเรารู้สึกไม่ค่อยสบาย เลยขอย่าไปนอนงีบตรงโซนพักสักเดี๋ยว ​ย่าเราเลย​อยู่​เฝ้าหน้าร้านคนเดียว ในช่วงที่เรากึ่งหลับกึ่งตื่น ก็ได้ยินว่ามีลูกค้าเข้ามาที่ร้าน ย่าเราก็ลุกออกไปดู สักพักเราได้ยินเสียงจากไม้แขวนที่กระทบราวเหล็ก ‘แก่กๆๆ’ แบบวุ่นวายมากๆ ด้วยความเป็นห่วง เราเลยจะลุกขึ้นไปดูย่าเรา แต่เรากลับลุกไม่ขึ้น! หันได้แค่หัว พอเราหันไปทางขวาเราก็เห็นข้อเท้าซีดๆ ของผู้หญิง​ใส่ผ้าถุงสีดำๆ มีเลือดย้อยออกมาจากด้านในผ้าถุงลงมาที่ข้อเท้า! เราไม่กล้ามองสูงกว่านั้นเพราะรู้แล้วว่าไม่ใช่คนแน่ๆ เราร้องกรี๊ดขึ้นมาด้วยความตกใจสุดขีด แต่เหมือนจะไม่มีใครได้ยินเสียงเราเลย เรากลั้นใจหันหน้าหนีไปทางซ้าย ทางนี้เราเจอผู้ชายแก่ๆ ผมขาวรวบเป็นมวยไว้กลางหัว หนวดขาวยาวถึงอก แต่งชุดขาวแบบชุดปฏิบัติธรรม กำลัง​ยืนชี้ไปฝั่งตรงข้ามพร้อมกระทืบเท้าลงพื้นดัง ‘ตึง’ แบบโกรธ​ๆ เรารู้ด้วยจิตสำนึกเลยว่าเขาต้องมาช่วยเราแน่ๆ เราร้องไห้เสียงดังลั่น… Continue reading เรื่องเล่าสยองขวัญ : ร้านเช่าเสื้อสุดหลอน

เรื่องสยองขวัญจากแฟนเก่า

เดียร์เล่าว่าก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องนั้นเขาได้เลิกกับแฟน เป็นช่วงเวลาที่เขาอ่อนแอมากที่สุด และก็ได้ฟางที่เป็นเพื่อนสนิทของเขาเข้ามาในชีวิตช่วงนั้น และก็ทำให้ทั้งสองคนนั้นเริ่มมีความสัมพันธ์กันมากกว่าการเป็นเพื่อนกัน จนสุดท้ายทั้งคู่ก็ตัดสินใจคบกันเป็นแฟน และช่วงนั้นเดียร์กับฟางก็แทบจะอยู่ด้วยกันตลอด ซึ่งเดียร์นั้นเป็นผู้หญิงที่หน้าตาดีและก็มีเพื่อน ๆ เยอะ หลัง ๆ ฟางมักจะมีอาการหึงหวงเดียร์ขึ้นมาบ่อยครั้ง ทำให้เดียร์นั้นเริ่มรำคาญและก็มีความรู้สึกสับสนบ้างเล็กน้อยว่าบางทีเขาอาจจะไม่ได้รักฟางในฐานะแฟนแล้ว เมื่อฟางเริ่มหึงหวงเขาบ่อย ๆ เขาก็ได้ตัดสินใจเลิกกับฟาง เพราะเดียร์คิดว่าตัวเองนั้นไม่ได้รักฟางแล้ว ส่วนฟางนั้นก็เก็บของออกไปจากห้องแล้วกลับคอนโดของตัวเองไป สามวันต่อมาเดียร์นั้นมีนัดกับเพื่อนชายชาวต่างชาติที่ชื่อจอห์น ซึ่งจอห์นนั้นคิดกับเดียร์มากกว่าเพื่อน แต่เดียร์ก็ไม่ได้คิดอะไรกับจอห์น เห็นเป็นเพื่อนคนหนึ่งก็เท่านั้น และต่อมาเดียร์ก็คิดทบทวนเรื่องของตัวเองกับฟาง ทำให้เขารู้สึกผิด เขาจึงตัดสินใจไปหาฟางที่คอนโด โดยที่คิดว่าที่นัดกับจอห์นไว้นั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร คงใช้เวลาไปหาฟางไม่นาน พอเดียร์ไปถึงคอนโดที่ฟางอยู่ก็ได้เจอกับ รปภ.คนหนึ่งที่เขานั้นคุ้นเคยกันอยู่แล้วเพราะเดียร์เคยมาบ่อย รปภ.จึงอนุญาตให้เดียร์เข้าไปได้ แต่พอเดียร์ไปหาฟางที่ห้องฟางกลับไม่อยู่ เดียร์ไม่ได้คิดอะไรจึงตัดสินใจกลับมาที่ห้องของตัวเองก่อน และนอนเล่นบนที่นอน สักพักเขาก็หลับไป จนกระทั่งในเวลาสองทุ่มมีคนมาเคาะประตูที่ห้องของเดียร์ เดียร์ก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้วลุกไปส่องที่ตาแมวทำให้รู้ว่าฟางมาหา เดียร์รู้สึกดีใจมากจึงรีบเปิดประตู แต่ก็ไม่กล้าแสดงความดีใจออกมามากเพราะตอนนั้นเขาก็ไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว เดียร์ได้ถามฟางว่าไปไหนมาหลายวัน ทำไมโทรไปไม่รับสาย แต่ฟางนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรเลย และเดียร์ก็ได้ชวนฟางเข้ามานอนที่ห้องเพราะถ้ากลับคอนโดไปตอนนี้กว่าจะถึงมันก็คงดึกมากแล้ว ฟางจึงเข้ามาในห้องและนอนกับเดียร์ จนกระทั่งคืนนั้นทั้งสองคนมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งทางกายกันอีกครั้ง เมื่อเดียร์ตื่นมาตอนเช้าก็ไม่เจอกับฟางแล้ว เดียร์จึงคิดว่าฟางนั้นมาหลอกทำให้เขารู้สึกดีเฉย ๆ แล้วก็จากไป เดียร์จึงตัดสินใจไปหาฟางที่คอนโดอีกครั้ง และเขาก็เข้าไปในห้องของฟางเพราะประตูห้องนั้นไม่ได้ล็อกทำให้เดียร์เข้าไปได้ เดียร์เรียกหาฟางอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับเลย เดียร์จึงเดินไปที่ห้องน้ำและก็ได้เห็นว่าประตูห้องน้ำนั้นเปิดอยู่แต่ก็ไม่เห็นฟางอยู่ในนั้น จนกระทั่งเขาได้กลิ่นเหม็นตุ ๆ ขึ้นมาจากห้องนอน… Continue reading เรื่องสยองขวัญจากแฟนเก่า

เรื่องเล่า จากรุ่นสู่รุ่น ตำนานเขาสามมุข ศาลเจ้าแม่สามมุข ชลบุรี

ศาลเจ้าแม่เขาสามมุข มีอายุกว่า 103 ปี ตั้งอยู่บนเขาสามมุข ระหว่างบ้านอ่างศิลา และหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี เป็นเรื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์มาช้านาน โดยเฉพาะกับความเชื่อของแม่ค้าและชาวประมง ที่ก่อนจะออกทะเล มักเซ่นไหว้ศาลเจ้าแม่สามมุขด้วยมะพร้าวอ่อน ขนมเปี๊ยะ และผลไม้ นอกจากนี้ยังมีผู้ศรัทธาแวะเวียนมากราบไหว้ขอพรอย่างสม่ำเสมอ ในบริเวณศาลเจ้าแม่สามมุข จะมีลิงที่อาศัยอยู่มาอย่างยาวนาน ซึ่งเชื่อกันว่า ลิงนั้นเป็นบริวารของเจ้าแม่สามมุข หากมีใครมารังแก หรือจับลิงไป มักจะเกิดอาเพศ ล้มป่วย เดือนร้อนกันทั้งครอบครัวอีกด้วย ตำนานเขาสามมุข : มีเรื่องเล่าว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีหญิงสาวสวยที่มีชื่อว่า สามมุข เป็นชาวเมืองบางปลาสร้อย และกำพร้าบิดามารดามาตั้งแต่เกิด หญิงสาวอาศัยอยู่กับยายที่กระท่อมแห่งหนึ่งบริเวณเชิงเขาสามมุข ต่อมาสาวมุขได้พบรักกับชายหนุ่มที่มีชื่อว่า แสน ผู้เป็นบุตรกำนันบ่าย เศรษฐีแห่งบ้านหิน (อ่างศิลา) ความรักของทั้งคู่เป็นความรักที่บริสุทธ์ ทั้งสองก็ต่างสัญญากันว่าจะรักกันไปชั่วนิจนิรันดร์ และได้สาบานต่อหน้าขุนเขาแห่งนี้ว่า “ทั้งสองจะครองรักกันชั่วนิจนิรันดร หากใครผิดต่อคำสาบานนี้ จะต้องมากระโดดหน้าผานี้ตายตามกัน” โดย แสน ได้มอบแหวนให้กับสามมุขเพื่อเป็นพยาน เมื่อกำนันบ่ายทราบเรื่องราวความรักของทั้งคู่ ก็เกิดความรังเกียจในความยากจนของสามมุข แสนได้พยายามขอร้องพ่อให้ไปสู่ขอสามมุข แต่กำนันบ่ายก็กีดกันและกักบริเวณแสนไว้ และบังคับให้แสนแต่งงานกับลูกสาวคนทำโป๊ะ และกำหนดพิธีการแต่งงานขึ้น ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วอ่างหิน (อ่างศิลา)… Continue reading เรื่องเล่า จากรุ่นสู่รุ่น ตำนานเขาสามมุข ศาลเจ้าแม่สามมุข ชลบุรี

ตันโมะเม็ง ปีศาจผ้าขาวจากญี่ปุ่นที่คุณอาจจะไม่รู้จัก

ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ยินสิ่งที่เรียกว่า ผีหรือวิญญาณก็คงนึกถึง สิ่งที่มีรูปร่างประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวที่มีเลือดหรืออวัยวะที่เน่าเละและรูปร่างผิดแปลกไป หรือก็อาจจะนึกถึงเหล่าคนที่ตายไปแล้วแต่ยังมาปรากฏตัวให้เห็น นั้นคือสิ่งที่พวกเราเรียกกันติดปากว่า ผีหรือวิญญาณนั่นเอง แต่ไม่ใช่ผีทุกชนิดหรือตัว ที่จะมีรูปร่างที่แสนจะธรรมดา ไม่ได้มีความน่ากลัวหรือน่าเกรงขามแต่อย่างใดเลย แต่กลับสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นได้ (การอย่าดูคนที่ภายนอก ไม่ได้ใช้เฉพาะกับคนแต่สามารถใช้กับผีได้ด้วย) ซึ่งผีที่เรากำลังจะพูดถึงกันในตอนนี้ เป็นหนึ่งในตำนานผีหรือโยไคของญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า ตันมะโมเม็ง  (ปีศาจผ้าขาว) ซึ่งเป็นผีที่มีชื่อตลกและรูปร่างที่เรียบง่ายและอินดี้มากๆ แต่อย่าประมาทไปล่ะ เพราะตันมะโมเม็ง  (ปีศาจผ้าขาว) นั้น สามารถพรากชีวิตผู้คนได้เหมือนกับเหล่าผีหรือโยไคตัวอื่นๆ เรื่องเล่าของ ตันมะโมเม็ง  (ปีศาจผ้าขาว) ตันมะโมเม็ง หรือ (ปีศาจผ้าขาว) มีลักษณะเป็นผ้าขาวๆ มีขนาดกว้าง มักปรากฏตัวในสถานที่ๆเปลี่ยวและห่างไกลจากชุมชน เช่นภูเขาหรือตามทุ่งนาที่ห่างไกลจากหมู่บ้าน ซึ่งทุกครั้งที่ตันมะโมเม็ง  (ปีศาจผ้าขาว) ปรากฏตัวออกมานั้น จะปรากฏตัวออกมาในลักษณะผ้าขาวที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า และเมื่อมันเห็นเหยื่อแล้วละก็ ตันมะโมเม็ง  (ปีศาจผ้าขาว)จะพุ่งลงมาหาเหยื่อ  แล้วจะรัดคอเหยื่อจนขาดอากาศหายใจ ตายไปในที่สุด ตามตำนานของคนโบราณเล่าว่าตันมะโมเม็ง  ( ปีศาจผ้าขาว ) เกิดจากผ้าที่ใช้ห่อศพคนตาย เพราะวิญญาณของคนตายจะเข้าไปสิงสู่ที่ผ้าห่อศพ จนเกิดเป็นตันมะโมเม็ง  และจากนั้น ตันมะโมเม็ง  ก็จะออกล่าเหยื่อตามภูเขาหรือทุ่งนา โดยการพุ่งไปรัดคอเหยื่อให้ขาดอากาศหายใจจนตาย และยังเชื่อกันอีกว่า การที่ตันมะโมเม็ง ต้องออกล่ามนุษย์นั้น… Continue reading ตันโมะเม็ง ปีศาจผ้าขาวจากญี่ปุ่นที่คุณอาจจะไม่รู้จัก

เดดาระโบ๊ทจิหรือไดดาราโทจิ ผีญี่ปุ่นที่คุณอาจไม่รู้จัก

เรื่องเล่าเกี่ยวกับผีมีอยู่ในทุกๆ วัฒนธรรมทั่วโลก แต่ในญี่ปุ่นนั้นเป็นที่สิงสถิตของผี มากมาย ทั้งยังเป็นผีที่ร้ายกาจ น่ากลัวกว่าที่ไหนๆ วิญญาณเหล่านี้เวียนว่าย อยู่ด้วยแรงอาฆาตพยาบาท หมายจะแก้แค้นคนที่เคยมาทำร้าย ให้ได้รับความทุกข์ ทรมานจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ความเชื่อเรื่องผีในญี่ปุ่น มีรากฐานมาจากลัทธิชินโต ซึ่งบอกว่าวิญญาณของมนุษย์ จะต้องไปอยู่ในโลกหนึ่งชั่วนิรันดร์ แต่ระหว่างโลกนี้กับโลกหน้านั้น ยังมีอีกโลกหนึ่งกั้นกลาง ซึ่งวิญญาณสามารถ ย้อนกลับมาหาคนเป็นได้ เดดาระโบ๊ทจิ ก็เรียก เชื่อกันว่าเป็นยักษ์ผู้สร้างโลก ยักษ์ไดดาระมีรูปร่างสูงใหญ่เหมือนยักษ์ทั่วไปทุกประการ แต่อาศัยอยุ่โลกมนุษย์โดยไม่ทำลายสิ่งปลุกสร้างของมนุษย์และตัวมนุษย์เลย ยักษ์ตนนี้ได้รับคำสั่งจากเทพให้มาช่วยสร้างโลก หน้าที่หลักๆก็คือช่วยสร่างหรือเคลื่อนย้ายแม่นำและภูเขาให้ถูกที่ถูกทาง แต่ว่าทุกวันนี้พลังทำลายล้างของมนุษย์ช่างมหาศาล ถ้าไดดาระมีจริงๆก็คงเอาไม่อยู่เหมือนกัน และเพราะมันเป็นพวกเดียวกับเทพไม่ว่าคาถาบทไหนๆก็เอามันไม่อยู่ฉะนั้นถ้าเจอมันก็ไม่ต้องกลัวเพราะมันเป็นมิตรกับมนุษย์และมันยังชอบเด็กๆที่ใจกีมีน้ำใจอีกด้วย

Gashadokuro : ตำนานปีศาจโครงกระดูกของญี่ปุ่น

Gashadokuro คือ ชื่อเรียกของปีศาจชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นตำนานเล่าขานในประเทศญี่ปุ่น โดยมีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นโครงกระดูกสีขาวโพลน แต่ร่างกายของมันนั้นมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร จนถึงขนาดที่ว่าสร้างความหวาดกลัวและสะพรึงให้แก่ผู้ที่พบเห็นจนแทบก้าวขาไม่ออกเลยทีเดียว โดยโครงกระดูกปีศาจประเภทนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Odokuro  ซึ่งจะออกอาละวาดในยามค่ำคืน ก่อนที่คุณจะเห็นตัวมันผู้คนจะได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของกระดูก ดังก๊อบแก๊บก๊อบแก๊บ หรือบางครั้งมันก็เป็นเสียงที่ก้องอยู่ในโสตประสาท ถ้าคุณมัวแต่รีรอไม่นานมันก็จะปรากฏรูปโฉมให้คุณเห็น มันเป็นปีศาจที่มีความสูงมากกว่า 27 เมตร โดยลักษณะนิสัยของมันเป็นปีศาจที่มีความเหี้ยมอำมหิต และมีความโหดร้ายมากชอบหลอกล่อ มนุษย์เพื่อกินเป็นอาหาร ด้วยหลายวิธีการด้วยกัน เช่น กัดหัวกินสดๆ ถลกหนัง เพื่อดื่มเลือดแล้วกินเนื้อหนัง ถลกอวัยวะภายในมากินอย่างเอร็ดอร่อยแบบสดๆ และเมื่อเหยื่อผู้โชคร้ายเหลือแต่กระดูกแล้ว มันก็จะนำกระดูกของเหยื่อมาเติมเต็มกระดูกในตัวมัน เพื่อให้มีความแข็งแกร่งและขยายใหญ่ขึ้น แต่วิธีในการกินสุดโปรดของมันก็คือกัดหัวมนุษย์อย่างรุนแรงปล่อยให้เลือดเป็นสายพุ่งออกมาราวกับน้ำตกแล้วจึงยกซดเลือดนั้นกินอย่างหิวกระหาย สำหรับความเป็นมาของปีศาจตัวนี้มีที่มาจากหลายทางด้วยกัน ทางที่ 1 ในสมัยก่อนมนุษย์ยังเดินทางด้วยเรือเป็นหลัก เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีผู้เสียชีวิตจากการเดินเรือจำนวนมาก แต่การที่พวกเขาไม่ได้รับการทำพิธีศพอย่างถูกต้อง จึงทำให้เราดวงวิญญาณอาฆาตแค้นจำนวนมากมารวมตัวกัน เพื่อออกอาละวาด ทางที่ 2 ในอดีตประเทศญี่ปุ่นต้องเผชิญกับสงครามมากมาย ทั้งสงครามจากภายนอกประเทศ และสงครามภายในประเทศ จึงทำให้เกิดผู้คนอดอยากและค่อยๆ ล้มตายไป ด้วยความหิวแสนทรมาน อีกครั้งยังไม่ได้รับการทำพิธีศพ ปล่อยให้เน่าตายเรี่ยราดไปทั่ว เมื่อตายไปก็กลายเป็นวิญญาณแค้นที่มีความหิวกระหายเลือดเนื้อตลอดเวลา ทางที่ 3 ก่อนที่จะตายกลายมาเป็นกระดูกยักษ์ ในสมัยยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นแม่ทัพผู้มีฝีมือเกรียงไกรคนหนึ่ง แต่จากการที่ฆ่าคนจำนวนมาก ทำให้จิตใจไม่สมประกอบ บ้าเลือด จนกระทั่งไปสังหารโชกุนแล้วตั้งตนเป็นใหญ่แทน… Continue reading Gashadokuro : ตำนานปีศาจโครงกระดูกของญี่ปุ่น

เรื่องเล่าผีจากรั้วมหาวิทยาลัย:รุ่นพี่

เรื่องหลอนนี้เกิดขึ้นเมื่อ 14 ปีที่ผ่านมาช่วงประมาณ พ.ศ.2550 ขณะนั้นเรากำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยในจังหวัดนครปฐม เป็นช่วงสอบ เราและกลุ่มเพื่อนนัดติวหนังสือเตรียมสอบกันที่หอพักใกล้มหาวิทยาลัย ช่วงประมาณ 2-3 ทุ่ม บริเวณนั้นมีลักษณะเป็นลานกว้าง ด้านหลังจะเป็นบ้านสวน เรากับกลุ่มเพื่อนนั่งล้อมกันเป็นวง และทำการติวกันด้วยการสลับกันถามตอบ แต่มีแค่เราที่นั่งไม่เหมือนคนอื่นที่นั่งหันไปทางลานโล่ง เพราะเราตอบไม่ทันเพื่อนเลยหันไปอ่านทบทวนเองขณะนั้นเอง…สายตาก็เหลือบไปทางซ้าย เห็นขากางเกงสีดำของใครคนหนึ่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนที่จอดอยู่ จึงหันขึ้นไปมอง เห็นเป็นผู้ชายผมสั้นเกือบๆ ทรงไปแนวสกินเฮดใส่ชุดนักศึกษาก้มหน้าอยู่โดยนั่งอยู่บนเบาะหลังในลักษณะนั่งหน้ามาท้ายรถ เราถึงกับสตั้นไปประมาณ 2-3 วิฯ ตั้งสติได้ก็รีบหันหน้ากลับเข้าวงทันที เพราะแถวนั้นมีแค่กลุ่มเราเท่านั้น คงไม่มีใครกล้านั่งมอเตอร์ไซค์ของคนอื่น เรานั่งฟังติวไปเรื่อย ๆ แบบไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไรแถมใจก็เต้นระรัว และไม่กล้าหันหลังกลับ จนเวลาเกือบเที่ยงคืนพวกเราเลยตกลงกันว่าจะไปติวกันต่อที่หอเพื่อน จึงกลับหอกับเพื่อนโดยใช้พาหนะเป็นมอเตอร์ไซต์คันนั้นนั่นแหละกลับ…. พอถึงหอเราก็เล่าเรื่องหลอนที่เจอให้เพื่อน ๆ ฟัง เท่านั้นแหละไม่มีใครกล้ากลับหอตัวเองกันเลยและยอมที่จะนอนอัดกันในห้องเพื่อน 5-6 คน แต่ถึงจะอยู่ด้วยกันหลาย ๆ คน แต่เราก็ไม่ได้นอนหลับกันเลย ก็ จึงมีเพื่อนคนหนึ่งเสนอว่าพรุ่งนี้ให้ไปเล่นผีถ้วยแก้วกัน… ด้วยเพราะความอยากรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรนั่นเอง ในวันรุ่งขึ้นเลยไปเล่นผีเหรียญ (แบบผีถ้วยแก้วแต่ใช้เหรียญ) กันครับ ตอนประมาณสองทุ่ม โดยก่อนเล่นนั้นก็พากันไปไหว้ศาลพระภูมิตรงหน้าหอกันก่อน จากนั้นก็ไปที่บริเวณที่เจอ เรื่องหลอน เมื่อคืนกัน… Continue reading เรื่องเล่าผีจากรั้วมหาวิทยาลัย:รุ่นพี่

เรื่องสยองขึ้นชื่อ บันได 13 ขั้น

ที่ญี่ปุ่นมีคนในวงการบันเทิงหลายคนหันมาเอาดีในฐานะ “นักเล่าเรื่องผี” (怪談語り) กันครับ ในครั้งนี้จึงขอหยิบยกเรื่องสยองขึ้นชื่อจากนักเล่าเรื่องผีที่ศึกษาเรื่องฮวงจุ้ยและการดูลายมือมาฝากกันครับ เรื่อง บันได 13 ขั้น เรื่องนี้เป็นความรู้ที่สามารถนำไปใช้จริงได้ จึงอยากนำมาเล่าให้ทุกคนจำไปใช้กันครับ เรื่องนี้ย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อนโน้นแล้วครับ เป็นตอนที่ผมเพิ่งเข้ามาอยู่ที่โตเกียวได้ไม่นาน ตอนนั้นก็มีโทรศัพท์มาจากตลกรุ่นน้องคนหนึ่งครับ “ฮัลโหล มีอะไรเหรอ” “อ้อ ชิมาดะซัง ผมกำลังคิดว่าจะย้ายหออ่ะครับ” “อ้อ งั้นเหรอ” แต่ก็เริ่มแปลกใจ เพราะรุ่นน้องคนนี้ไม่มีตังเลย พูดแต่ว่า จน จน จะย้ายหองั้นเหรอ… “เออ แล้วจะย้ายไปแถวไหนล่ะ” ผมถามรุ่นน้องไป “อ้อ แถวชิโมคิตะซาว่าครับ” รุ่นน้องตอบ ชิโมคิตะซาว่า เป็นหนึ่งในย่านที่คนหนุ่มสาวอยากไปอยู่อาศัยกันมากที่สุดอันดับต้น ๆ ในกรุงโตเกียว ค่าเช่าก็ยิ่งแพงหูฉี่เลย เอ้าเฮ้ยยยย ทำไมย้ายไปที่นั่นได้ล่ะ “ย้ายไปที่ดีนี่ ไปทำอีท่าไหนล่ะ” ผมลองถาม “ชิมาดะซัง ผมไปเจอที่พักโคตรดีเข้าแหล่ะ” รุ่นน้องตอบ “ที่แบบไหนละนั่น” “จริง ๆ ก็ห่างจากสถานีไปไกลหน่อย แต่ก็เป็นอพาร์ตเมนต์สองชั้นธรรมดา ๆ เนี่ยแหล่ะครับ… Continue reading เรื่องสยองขึ้นชื่อ บันได 13 ขั้น